กระดูกสันหลังคด เช็กได้เอง ต้องรักษาไหม เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด

16 กันยายน 2026 •
Views
Ruamjairak Hospital
ผู้เขียน

กระดูกสันหลังคด (Scoliosis) คือภาวะที่กระดูกสันหลังโค้งไปด้านข้างเป็นรูปตัว C หรือ S และบิดตัวร่วมด้วย พบบ่อยที่สุดในวัยรุ่นอายุ 10-15 ปี ข่าวดีคือโค้งระดับเล็กน้อยส่วนใหญ่เพียงเฝ้าระวังก็พอ ไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าปล่อยไว้จนโค้งเกิน 45-50 องศาในวัยที่ยังโตอยู่ โค้งจะเพิ่มเร็วและอาจกดทับหัวใจและปอด จึงต้องผ่าตัดแก้ไข พ่อแม่เช็กลูกได้เองด้วยท่าก้มตัวง่าย ๆ ที่บ้าน

เรื่องหลังลูกไม่ตรง เป็นอะไรที่พ่อแม่หลายบ้านเริ่มเอะใจในช่วงลูกกำลังโต ไหล่สองข้างดูไม่เท่ากัน นั่งเฉียงตัวอยู่เรื่อย หรือใส่เสื้อแขนกลมแล้วเห็นแผ่นหลังเป็นลอนข้างเดียว บางบ้านกังวลจนพาไปนั่งจัดกระดูก บางบ้านก็คิดว่าเดี๋ยวโตขึ้นก็หายเอง จริง ๆ ความจริงอยู่ตรงกลางระหว่างสองอย่างนั้นแหละ เพราะกระดูกสันหลังคดบางระดับไม่ต้องทำอะไรเลย แต่บางระดับต้องจับตาใกล้ ๆ เพราะพอเข้าช่วงที่ร่างกายโตเร็ว เวลาไม่กี่เดือนมุมโค้งก็เพิ่มได้หลายองศา บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่าแบบไหนเฝ้าดูได้ แบบไหนต้องรักษา และแบบไหนถึงเวลาคุยเรื่องผ่าตัดกันจริง ๆ

กระดูกสันหลังคดคืออะไร โค้งแค่ไหนถึงนับเป็นโรค

ถ้ามองจากด้านหลัง กระดูกสันหลังของคนทั่วไปจะเรียงตัวเป็นแนวดิ่ง แต่ในคนที่เป็นกระดูกสันหลังคด แนวนั้นจะโค้งออกไปด้านข้างคล้ายตัวอักษร C หรือ S แล้วยังมีการบิดตัวของกระดูก (Rotation) แถมมาด้วย แพทย์จะประเมินความรุนแรงจากภาพเอกซเรย์ วัดออกมาเป็นมุม Cobb ซึ่งต้องโค้งตั้งแต่ 10 องศาขึ้นไปจึงจะเรียกว่ากระดูกสันหลังคด ถ้าน้อยกว่านั้นก็ถือเป็นความโค้งเล็กน้อยที่คนปกติจำนวนไม่น้อยก็มีกันอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องสาเหตุ ชนิดที่เจอบ่อยที่สุดคือชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) สัดส่วนราว 80% ของทั้งหมด และมักโผล่มาให้เห็นตอนวัยรุ่นที่กำลังโตเร็ว ที่เหลือมาจากกระดูกสันหลังผิดรูปตั้งแต่กำเนิด ความผิดปกติของกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาท เช่น อัมพาตหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง และภาวะขายาวไม่เท่ากันที่ทำให้เชิงกรานเอียงจนหลังดูโค้งตามไปด้วย

พอวัดมุมได้แล้ว แนวทางดูแลจะต่างกันค่อนข้างชัดตามระดับความโค้ง ตามตารางนี้

ระดับความโค้ง ความหมาย แนวทางจัดการหลัก
น้อยกว่า 10 องศา ความโค้งเล็กน้อย พบได้ในคนปกติ ไม่ถือเป็นโรค ใช้ชีวิตได้ปกติ
10-20 องศา กระดูกสันหลังคดระดับเบา เฝ้าระวังด้วยการตรวจซ้ำทุก 4-6 เดือน
20-40 องศา ระดับกลาง ระหว่างที่ร่างกายยังโต พิจารณาสายพันแก้ไขเพื่อชะลอการโค้งเพิ่ม
เกิน 45-50 องศา ระดับรุนแรง มีแนวโน้มโค้งเพิ่มต่อแม้โตหยุดแล้ว ปรึกษาการผ่าตัดแก้ไข

สังเกตอาการกระดูกสันหลังคดยังไง เช็กได้ที่บ้าน

สิ่งที่ทำให้กระดูกสันหลังคดในวัยรุ่นถูกมองข้ามง่ายมาก ก็คือเด็กส่วนใหญ่ไม่ปวดไม่เมื่อยเลย เด็กเลยไม่รู้ตัวและไม่ได้บอกพ่อแม่ กว่าจะรู้ก็เพราะมีคนสังเกตเห็นจากภายนอกนี่แหละ สัญญาณที่พอมองออกได้แก่

  • ไหล่สองข้างไม่สูงเท่ากัน เวลายืนตามธรรมชาติไม่ได้แบกของ
  • แผ่นหลังสองข้างไม่สมมาตร ด้านหนึ่งนูนกว่า เห็นชัดเวลาก้มตัว
  • เอวสองข้างไม่เท่า ระยะห่างระหว่างแขนกับเอวด้านหนึ่งมากกว่าอีกด้าน
  • สะโพกเหลื่อม หรือกระโปรงกางเกงที่เคยพอดีเริ่มเฉียงไปข้างเดียว
  • ท่ายืนเอียงไปข้างเดียวเรื่อย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ

วิธีคัดกรองเบื้องต้นที่แพทย์ใช้กับเด็กวัยรุ่น และพ่อแม่ทำเองที่บ้านได้เลยคือ ท่าก้มตัวไปข้างหน้า (Adam’s Forward Bend Test) ให้ลูกยืนกางเท้ากว้างเท่าช่วงไหล่ ก้มตัวลงช้า ๆ ให้มือชี้ลงพื้น ปล่อยแขนห้อยหลวม ๆ แล้วพ่อแม่มองจากด้านหลังในระดับเอว ถ้าเห็นซี่โครงหรือแผ่นหลังข้างหนึ่งนูนเป็นลอนชัดกว่าอีกข้าง ก็มีโอกาสว่ากระดูกสันหลังกำลังบิดและโค้งอยู่ เจอแบบนี้ควรพาไปให้แพทย์ตรวจและถ่ายเอกซเรย์เพื่อวัดมุมจริง

ใครมีโอกาสเป็นกระดูกสันหลังคดและโค้งเพิ่มเร็ว

กระดูกสันหลังคดชนิดวัยรุ่นเกิดกับเด็กหญิงและเด็กชายในอัตราใกล้เคียงกัน แต่เด็กหญิงมีโอกาสที่โค้งจะดำเนินไปเป็นรุนแรงมากกว่าเด็กชายหลายเท่า นอกจากเรื่องเพศ ก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดขึ้น

  • อยู่ในช่วงโตเร็ว อายุ 10-15 ปี โดยเฉพาะก่อนมีประจำเดือนครั้งแรกในเด็กหญิง เพราะกระดูกยังมีช่วงเติบโตเหลืออยู่มาก
  • โค้งตั้งต้นเกิน 20 องศา ยิ่งมุมตั้งต้นมาก ยิ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเอง
  • มีประวัติในครอบครัว ถ้าพี่น้องหรือพ่อแม่เคยเป็น ควรตรวจลูกเร็วขึ้นหน่อย
  • กระดูกโตยังไม่หยุด จากเอกซเรย์แพทย์จะประเมินกระดูกที่รอยเชื่อมของเชิงกราน (Risser Sign) ว่าเหลือช่วงโตอีกมากน้อยแค่ไหน

โค้งเล็กน้อยต้องรักษาไหม หรือเฝ้าดูก็พอ

คำตอบสั้น ๆ คือไม่ใช่ทุกเคสต้องรักษา ถ้าโค้งต่ำกว่า 20 องศา แล้วร่างกายก็เข้าใกล้หยุดโตแล้ว แพทย์จะให้เฝ้าระวังด้วยการตรวจและถ่ายเอกซเรย์ซ้ำทุก 4-6 เดือนเท่านั้น เพราะโค้งระดับนี้ส่วนใหญ่หยุดนิ่งไปเอง ไม่กระทบการใช้ชีวิต ไม่ต้องใส่สายพัน ไม่ต้องห้ามกีฬา และไม่ต้องผ่าตัด

สิ่งเดียวที่พ่อแม่ต้องทำให้ดีคือไม่พลาดนัดตรวจซ้ำ เพราะคำว่า “เฝ้าดูได้” ที่หมอบอก มันอ้างอิงจากการกลับมาวัดมุมซ้ำตามกำหนดเสมอ ถ้าหายไปสองปีแล้วโผล่มาตอนโค้ง 40 องศา ก็เท่ากับพลาดช่วงเวลาที่สายพันจะช่วยได้ไปแล้ว

ภาพ 3D ร่างกายกึ่งโปร่งใสแสดงกระดูกสันหลังเรืองแสงโค้งด้านข้างเล็กน้อย ระดับไม่เกิน 20 องศาเฝ้าระวังได้

สายพันแก้ไขช่วยได้จริงไหม กายภาพบำบัดมีส่วนไหม

เรื่องที่พ่อแม่มักเข้าใจคลาดกันคือความคาดหวังต่อสายพันแก้ไข (Brace) ต้องบอกตรง ๆ ว่ามันไม่ได้ทำให้หลังที่โค้งแล้วกลับมาตรง หน้าที่จริงของสายพันคือกดไม่ให้โค้งเพิ่มขึ้นระหว่างที่ร่างกายยังเติบโต พูดง่าย ๆ ก็คือซื้อเวลาให้กระดูกโตจนหยุดในระดับที่ยังไม่ต้องผ่าตัด ด้วยเหตุนี้มันจึงคุ้มที่สุดในเด็กที่โค้ง 20-40 องศาและยังมีช่วงโตเหลืออยู่

  • สายพันแบบแข็ง เป็นแบบหลักที่ใช้กันทั่วไป ต้องสวมให้ได้จำนวนชั่วโมงตามแพทย์สั่ง ส่วนใหญ่แนะนำ 18-23 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งสวมตรงตามเวลา ผลยิ่งดี
  • สายพันแบบโค้งกลางคืน บางรายที่โค้งไม่มากและรู้สึกอึดอัดกับแบบสวมกลางวัน แพทย์อาจเลือกแบบที่สวมเฉพาะตอนนอน
  • กายภาพบำบัดเฉพาะทาง งานวิจัยรองรับโปรแกรมบริหารเฉพาะทาง เช่น วิธี Schroth ที่ช่วยปรับสมดุลกล้ามเนื้อลำตัวและรักษาท่าทางให้ดีขึ้น ใช้เสริมกับการเฝ้าระวังหรือสายพัน แต่ไม่ใช่ทางเลือกแทนการผ่าตัดในรายที่โค้งรุนแรง

อีกคำถามที่เจอบ่อยมากคือ การดึง บิด หรือจัดกระดูกตามคลินิกทั่วไป ช่วยได้ไหม ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ว่าวิธีเหล่านี้ทำให้มุม Cobb ลดลงได้ และที่น่ากังวลกว่านั้นคือเงินอาจหมดไปเฉย ๆ ในขณะที่มุมโค้งยังเดินหน้าต่อ เอาเวลาและงบก้อนนั้นไปตรวจวัดผลจริงกับแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางคุ้มกว่าเยอะ

เมื่อไหร่ต้องผ่าตัดกระดูกสันหลังคด กลัวผ่าตัดหลังมาก ทำยังไง

แพทย์จะเริ่มหยิบเรื่องผ่าตัดขึ้นมาคุยเมื่อโค้งเกินประมาณ 45-50 องศา เหตุผลก็คือระดับนี้แม้ร่างกายหยุดโตแล้วก็ยังมีแนวโน้มโค้งเพิ่มขึ้นทีละน้อยทุกปี อีกอย่าง โค้งบริเวณหลังส่วนบนที่รุนแรงสามารถบีบช่องอกจนพื้นที่ปอดและการทำงานของหัวใจลดลงในระยะยาวได้ การผ่าตัดในกรณีนี้จึงไม่ใช่เรื่องรูปร่างหน้าตา แต่เป็นการกันผลกระทบต่ออวัยวะภายใน

วิธีผ่าตัดมาตรฐานทุกวันนี้คือ การจัดกระดูกสันหลังและเชื่อมกระดูก (Spinal Fusion) ผ่านกล้องช่วยหรือแผลด้านหลัง โดยใส่สกรูและแท่งโลหะไปประกบกระดูกส่วนที่โค้ง จัดให้ตรงขึ้นเท่าที่ปลอดภัย แล้วปลูกกระดูกให้เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนเทคนิคใหม่อย่าง VBT (Vertebral Body Tethering) ที่ยังคงความยืดหยุ่นของหลังไว้โดยไม่เชื่อมกระดูก อันนี้ใช้ได้เฉพาะรายที่ผ่านการคัดเลือกตามเงื่อนไข ทั้งอายุ ตำแหน่งโค้ง และระดับความยืดหยุ่นของโค้ง

ส่วนที่พ่อแม่กลัวกันมากคือเรื่องฟื้นตัว ตัวเลขจริงคือคนไข้ส่วนใหญ่ลุกเดินได้ใน 1-2 วันหลังผ่าตัด อยู่โรงพยาบาลราว 4-7 วัน กลับไปเรียนได้ใน 4-6 สัปดาห์ แล้วกลับไปเล่นกีฬาได้เกือบปกติภายใน 6-12 เดือน เห็นตัวเลขแบบนี้แล้วจะพอเห็นว่าการผ่าตัดหลังสมัยนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่าภาพจำเดิม ๆ ที่หลายคนยังติดอยู่

ป้องกันกระดูกสันหลังคดได้ไหม ปรับอะไรได้บ้าง

ในเมื่อสาเหตุหลักยังไม่รู้ ก็เลยไม่มีวิธีป้องกันแบบ 100% แต่สิ่งที่ทำได้จริงและช่วยได้มากที่สุดคือจับให้ได้เร็ว ก่อนที่โค้งจะไปไกล ลองเช็กหลังลูกปีละครั้งในช่วงอายุ 10-15 ปีด้วยท่าก้มตัวง่าย ๆ ที่บ้าน แล้วจัดสภาพแวดล้อมรอบตัวให้เป็นมิตรกับหลังไปด้วย

  • กระเป๋าเป๊กสองสาย แบกสองไหล่สม่ำเสมอ น้ำหนักไม่เกินราว 10-15% ของน้ำหนักตัว
  • โต๊ะเรียนและจอสูงพอ ไม่ต้องก้มคอ แสงพอ ลดการนั่งงอหลังชั่วโมงยาว
  • ออกกำลังกายและกีฬาสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อลำตัวแข็งแรงช่วยพยุงหลังให้ทรงตัวดี
  • ไม่ต้องห้ามกีฬา ในเด็กที่โค้งเล็กน้อย การขยับตัวยังดีต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ

สรุป

  • กระดูกสันหลังคดคือหลังโค้งด้านข้างและบิดตัว วินิจฉัยเมื่อโค้งตั้งแต่ 10 องศาขึ้นไป พบบ่อยสุดในวัยรุ่น และส่วนใหญ่ไม่ปวดจึงต้องอาศัยพ่อแม่เช็ก
  • เช็กที่บ้านได้ด้วยท่าก้มตัว (Adam’s Test) ถ้าหลังสองข้างไม่สมมาตร ให้พบแพทย์วัดมุมจริงด้วยเอกซเรย์
  • โค้งต่ำกว่า 20 องศามักแค่เฝ้าระวังทุก 4-6 เดือน ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องห้ามกีฬา
  • สายพันแก้ไขช่วยกดไม่ให้โค้งเพิ่มระหว่างโต แต่ไม่ได้ทำหลังที่โค้งแล้วกลับมาตรง
  • โค้งเกิน 45-50 องศาคือระดับที่ต้องคุยเรื่องผ่าตัด เพราะอาจกดทับหัวใจและปอดในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กระดูกสันหลังคดเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือกระดูกสันหลังคดชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic Scoliosis) ซึ่งพบในวัยรุ่นช่วงอายุ 10-15 ปี คิดเป็นราว 80% ของทั้งหมด ส่วนที่เหลือเกิดจากกระดูกสันหลังผิดรูปแต่กำเนิด กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทผิดปกติ หรือขายาวไม่เท่ากัน ไม่ได้เกิดจากการนั่งเฉียงหรือแบกกระเป๋าหนัก

กระดูกสันหลังคดนั่งเฉียงบ่อย ๆ ทำให้เป็นไหม

การนั่งเฉียงหรือท่าทางผิดทำให้หลังดูโค้งได้ แต่เป็นความโค้งจากท่าทาง (Postural) ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการปรับท่านั่ง ไม่ใช่กระดูกสันหลังคดโครงสร้างแท้ (Structural Scoliosis) ที่กระดูกบิดเบี้ยวจริง ถ้าโค้งยังอยู่แม้ก้มตัวหรือนอนราบ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

กระดูกสันหลังคดเล็กน้อยต้องรักษาไหม

ถ้าโค้งไม่เกิน 20 องศา และร่างกายใกล้หยุดโต แพทย์มักให้เฝ้าระวังด้วยการตรวจซ้ำทุก 4-6 เดือน โดยไม่ต้องใส่สายพันหรือผ่าตัด เพราะโค้งระดับนี้ส่วนใหญ่ไม่ดำเนินไปมากกว่าเดิม และไม่กระทบสุขภาพในระยะยาว

สายพันแก้ไขกระดูกสันหลังคดช่วยให้หลังตรงได้ไหม

สายพันแก้ไข (Brace) ไม่ได้ทำให้หลังที่โค้งแล้วกลับมาตรงเหมือนเดิม แต่ช่วยชะลอไม่ให้โค้งเพิ่มขึ้นระหว่างที่ร่างกายยังเจริญเติบโต ผลลัพธ์ขึ้นกับการสวมให้ได้ชั่วโมงตามแพทย์แนะนำ จึงต้องเริ่มใช้เมื่อโค้งราว 20-40 องศาและยังมีการเติบโตเหลืออยู่

กระดูกสันหลังคดเมื่อไหร่ต้องผ่าตัด

แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อโค้งเกินประมาณ 45-50 องศา โดยเฉพาะถ้ายังอยู่ในวัยเจริญเติบโตที่โค้งมีแนวโน้มเพิ่มเร็ว หรือโค้งเพิ่มขึ้นแม้ใส่สายพันแล้ว เพราะโค้งระดับสูงอาจกดทับหัวใจและปอดในอนาคต

ถ้าลองเช็กท่าก้มตัวแล้วเห็นว่าหลังลูกสองข้างไม่สมมาตร หรือไหล่กับสะโพกเหลื่อมกันชัด ๆ พามาตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่ารอจนสายครับ ยิ่งจับได้เร็ว ทางเลือกในการดูแลยิ่งเยอะ และโอกาสที่จะไม่ต้องผ่าตัดก็สูงขึ้นด้วย

นายแพทย์ พรเอนก ตาดทอง ศัลยแพทย์ออร์โธปีดิกส์
นายแพทย์ พรเอนก ตาดทอง

ศัลยศาสตร์กระดูกสันหลัง

ศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์

สำเร็จแพทย์ศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (พ.ศ. 2527) และวุฒิบัตรศัลยศาสตร์ออร์โธปีดิกส์ (พ.บ. 2535) มีประสบการณ์ผ่าตัดกระดูกและข้อมากว่า 30 ปี โดยเฉพาะการผ่าตัดกระดูกสันหลังทั้งกรณีเสื่อมจากวัย อุบัติเหตุ และกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ผ่านการฝึกอบรม AO Advanced Spine Course จาก Nottingham ประเทศอังกฤษ

ปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62
โทรนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Hotline: 1504
คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อของเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดร้าวลงขา ชาขา ต้องผ่าตัดไหม?

*คำเตือน: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

อ้างอิง

  • American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Adolescent Idiopathic Scoliosis. OrthoInfo, 2023. orthoinfo.aaos.org
  • Scoliosis Research Society (SRS). Bracing for Adolescent Idiopathic Scoliosis. 2023. srs.org
  • Mayo Clinic. Scoliosis: Diagnosis and Treatment. 2024. mayoclinic.org