อาการโรคหัวใจ: 10 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และวิธีเช็กเบื้องต้น

12 มีนาคม 2026 •
Views
Ruamjairak Hospital
ผู้เขียน

โรคหัวใจและหลอดเลือดถือเป็น “เพชฌฆาตเงียบ” ที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ ในแต่ละปี [1] ปัญหาสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นคือการที่ผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองกำลังเผชิญกับ อาการโรคหัวใจ หรือละเลยสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ จนนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันหรือหัวใจล้มเหลว การมีความรู้เรื่องสัญญาณเตือนที่ถูกต้องจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่ช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที

ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกถึง 10 สัญญาณเตือนสำคัญที่ร่างกายพยายามบอกคุณ พร้อมคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ว่าอาการแบบไหนที่ต้องเฝ้าระวัง และอาการแบบไหนที่ต้องเรียกรถพยาบาลทันที เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงและยืนยาว

  1. โรคหัวใจคืออะไรและทำไมถึงอันตราย?
  2. 10 อาการโรคหัวใจ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
  3. ความแตกต่างของอาการในผู้ชายและผู้หญิง
  4. อาการแบบไหนที่ต้องพบแพทย์ทันที (Emergency)
  5. การวินิจฉัยโรคหัวใจที่โรงพยาบาลรวมใจรักษ์
  6. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  7. สรุปและคำแนะนำ

โรคหัวใจคืออะไรและทำไมถึงอันตราย?

โรคหัวใจ (Heart Disease) เป็นคำกว้างๆ ที่ครอบคลุมความผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคลิ้นหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด [2] ความน่ากลัวของโรคนี้คือในระยะแรกมัก “ไม่มีอาการ” หรือมีอาการคล้ายคลึงกับโรคทั่วไป เช่น อาการเหนื่อยง่ายจากการทำงานหนัก หรืออาการจุกเสียดแน่นท้องคล้ายโรคกระเพาะ ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์เมื่อโรคดำเนินไปสู่ระยะรุนแรงแล้ว

10 อาการโรคหัวใจ สัญญาณเตือนที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้สะสมหรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด:

1. แน่นหน้าอก (Chest Pain/Pressure)

เป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุด โดยมักรู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับ หรือรู้สึกคั้นๆ ที่กลางอก อาการอาจลามไปที่กราม คอ หรือแขนทั้งสองข้าง มักเกิดขึ้นขณะออกแรงและดีขึ้นเมื่อพัก [3]

2. เหนื่อยง่ายผิดปกติ (Shortness of Breath)

หากคุณเริ่มรู้สึกหอบเหนื่อยจากการทำกิจกรรมปกติที่เคยทำได้ เช่น เดินขึ้นบันไดเพียงไม่กี่ขั้น หรือเหนื่อยจนต้องลุกขึ้นมานั่งหอบตอนกลางคืน นี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลว [4]

3. ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Palpitations)

รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วเกินไป เต้นสะดุด หรือเต้นไม่เป็นจังหวะแม้ในขณะพัก ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของไฟฟ้าหัวใจ [5]

4. หน้ามืด เป็นลม วูบ (Dizziness/Fainting)

การที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอเนื่องจากหัวใจทำงานผิดปกติ อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด หรือวูบหมดสติได้ ซึ่งเป็นอาการที่ค่อนข้างอันตราย

5. อาการบวมที่ขาและข้อเท้า (Swelling)

เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่ดีพอ เลือดจะคั่งอยู่ที่ส่วนล่างของร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม กดแล้วบุ๋มตามข้อเท้าและหน้าแข้ง

6. นอนราบไม่ได้ (Orthopnea)

ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวมักมีน้ำค้างอยู่ในปอด ทำให้เมื่อนอนราบจะรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก จนต้องใช้หมอนหนุนหลายใบเพื่อให้นอนหลับได้

7. จุกเสียดแน่นใต้ลิ้นปี่

หลายคนสับสนระหว่าง “อาการโรคหัวใจ” กับ “โรคกระเพาะ” หรือ “กรดไหลย้อน” หากมีอาการแน่นจุกเสียดพร้อมกับเหงื่อออกซึมตามตัว แม้ไม่ได้กินอาหารมื้อหนัก ควรระวังภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด [3]

8. ไอเรื้อรัง (Persistent Cough)

หากมีอาการไอแห้งๆ เรื้อรัง หรือไอมีเสมหะปนเลือดขาวใส/สีชมพู โดยไม่ได้เป็นหวัด อาจเป็นสัญญาณว่ามีน้ำขังในปอดจากหัวใจทำงานผิดปกติ

9. เหงื่อออกท่วมตัว (Cold Sweat)

อาการเหงื่อแตกพลั่ก ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อน หรือเกิดร่วมกับอาการแน่นหน้าอก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

10. อ่อนเพลียตลอดเวลา (Fatigue)

ความรู้สึกเพลียเหมือนไม่มีแรงทำอะไรเลย แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว เกิดจากหัวใจไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ได้เพียงพอฅ

ความแตกต่างของอาการในผู้ชายและผู้หญิง

เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าอาการโรคหัวใจในผู้หญิงอาจไม่เหมือนในผู้ชายเสมอไป [2]:

  • ผู้ชาย: มักมีอาการชัดเจน เช่น แน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนถูกบีบรัด
  • ผู้หญิง: อาจมีอาการ “ไม่เฉพาะเจาะจง” เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหลัง หรือเจ็บกรามเพียงอย่างเดียว ทำให้ผู้หญิงมักตรวจพบโรคช้ากว่าผู้ชาย

อาการแบบไหนที่ต้องพบแพทย์ทันที (Emergency)

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ให้รีบโทรแจ้ง 1669 หรือมาที่ห้องฉุกเฉินทันที:

  1. แน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเกินกว่า 15 นาที และไม่ดีขึ้นเมื่อพัก
  2. หายใจไม่ออก หายใจลำบากเฉียบพลัน
  3. หมดสติ หรือวูบ
  4. มีอาการอ่อนแรงที่หน้า แขน หรือขา ร่วมกับอาการแน่นหน้าอก

การวินิจฉัยโรคหัวใจที่โรงพยาบาลรวมใจรักษ์

ที่ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เราเพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ:

  • ECG (Electrocardiogram): ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเบื้องต้น
  • Echocardiogram: การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อดูโครงสร้างและการทำงานของลิ้นหัวใจ
  • Exercise Stress Test (EST): การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย
  • Cardiac CT Scan / MRI: การตรวจภาพถ่ายหัวใจเชิงลึกเพื่อหาหินปูนหรือความผิดปกติของหลอดเลือด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อาการแน่นหน้าอกแบบไหนที่น่ากังวลที่สุด?

อาการที่รู้สึกแน่นเหมือนมีคนมานั่งทับ ลามไปถึงแขนซ้ายหรือกราม และมีเหงื่อออกร่วมด้วย ถือเป็นอาการที่เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมากที่สุด

ถ้าอายุยังน้อย มีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ไหม?

ได้ ปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคหัวใจในวัยทำงานมากขึ้นเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเครียด และการทานอาหารที่มีไขมันสูง

การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปเพียงพอต่อการเช็กโรคหัวใจไหม?

การตรวจสุขภาพทั่วไปอาจตรวจพบเพียงปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันหรือความดัน หากมีอาการผิดปกติ แนะนำให้ตรวจเฉพาะทางด้านหัวใจเพิ่มเติม เช่น การทำ Echo หรือวิ่งสายพาน

อาการหัวใจเต้นผิดจังหวะรักษาหายไหม?

ส่วนใหญ่รักษาให้หายขาดหรือควบคุมอาการได้ด้วยการกินยา หรือการจี้ไฟฟ้าหัวใจ ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการที่ตรวจพบ

ทำไมต้องเลือกศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์?

เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ครอบคลุมทุกสาขาของโรคหัวใจ พร้อมห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab) ที่ทันสมัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยในภาวะวิกฤต

สรุป

อาการโรคหัวใจ ไม่ได้แสดงออกด้วยความเจ็บปวดเสมอไป สัญญาณเตือนอย่างอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรืออาการบวม อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้าย การหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ หรือพบสัญญาณเตือนที่กล่าวมาข้างต้น อย่ารอให้ถึงวิกฤต ปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางที่ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เพื่อการดูแลที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

นัดหมายแพทย์หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62
  • โทร: 1504
  • LINE: @ruamjairak

References

  1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). รายงานสถิติโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทย. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th [สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2568]
  2. World Health Organization (WHO). (2024). Cardiovascular diseases (CVDs) Fact Sheets. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
  3. Mayo Clinic. (2025). Heart disease – Symptoms and causes. https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/symptoms-causes/syc-20353118
  4. American Heart Association. (2024). Warning Signs of Heart Failure. https://www.heart.org
  5. National Institutes of Health (NIH). (2024). Your Heart’s Electrical System. https://www.nhlbi.nih.gov

คลินิกและศูนย์การรักษา