Office Syndrome อาการปวดจากการทำงานที่ไม่ควรมองข้าม
อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือข้อมือ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานและวัยเรียน
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่อง
หรือทำกิจกรรมที่มีการใช้กล้ามเนื้อและข้อต่อซ้ำ ๆ
คำว่า Office Syndrome มักใช้เรียกกลุ่มอาการปวดเมื่อยของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
ที่สัมพันธ์กับลักษณะการทำงานและท่าทาง อย่างไรก็ตาม อาการปวดแต่ละตำแหน่งอาจมีสาเหตุแตกต่างกัน
จึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว
ทำไมการทำงานนาน ๆ จึงทำให้ปวดเมื่อย?
การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน การจัดโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่เหมาะกับสรีระ
รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ อาจเพิ่มภาระต่อกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ
อาการที่พบได้ เช่น
- ปวดหรือตึงบริเวณคอ บ่า และไหล่
- ปวดหลัง
- ปวดข้อมือหรือมือ
- รู้สึกเมื่อยล้าหลังทำงานเป็นเวลานาน
- ชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มบริเวณมือและแขน
- เคลื่อนไหวบางตำแหน่งได้ไม่สะดวก
อาการจากการใช้งานซ้ำมักค่อย ๆ เกิดขึ้น และอาจชัดเจนขึ้นระหว่างหรือหลังทำกิจกรรม
ที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณเดิมซ้ำ ๆ
ปวดคอ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้อตึง

การนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ตึงหรือปวดได้
แต่หากมีอาการปวดคอร่วมกับอาการชา ปวดร้าวลงแขน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
อาจมีภาวะอื่นที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทหรือกระดูกสันหลังร่วมด้วย
หมอนรองกระดูกบริเวณคอที่เคลื่อนหรือมีความเสื่อมบางประเภทสามารถกดทับเส้นประสาท
และทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงได้ แต่
ไม่ควรสรุปว่าการนั่งทำงานนาน ๆ จะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือกดทับเส้นประสาทโดยตรงในทุกคน
หากอาการปวดคอรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มีอาการชา อ่อนแรง
หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
มือชา อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

ผู้ที่ใช้งานมือและข้อมือซ้ำ ๆ อาจมีอาการชา เสียวซ่า หรือปวดบริเวณมือได้
หนึ่งในภาวะที่พบได้คือ Carpal Tunnel Syndrome
ซึ่งเกิดจากเส้นประสาท Median ถูกกดบริเวณข้อมือ
อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ชาหรือเสียวซ่าบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และบางส่วนของนิ้วนาง
- ปวดหรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตบริเวณมือ
- อาการชารบกวนการนอน
- มืออ่อนแรงหรือจับสิ่งของได้ไม่มั่นคง
หากมีอาการต่อเนื่องจนรบกวนการทำงานหรือการนอน ควรพบแพทย์
เนื่องจากการกดทับเส้นประสาทเป็นเวลานานในบางราย
อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อได้
ปวดไหล่จากการทำงาน เกิดจากอะไร?

การนั่งทำงานเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อโต๊ะ เก้าอี้
หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
อาจทำให้ต้องยกไหล่ ก้มคอ หรือเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ต่อเนื่อง
อาการที่อาจพบ ได้แก่ ปวดตึงบริเวณบ่าและไหล่ รู้สึกเมื่อยล้า
หรือปวดมากขึ้นเมื่อทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม อาการปวดไหล่อาจมีสาเหตุอื่น เช่น ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ
เส้นเอ็น ข้อไหล่ หรือเส้นประสาท
จึงควรได้รับการประเมินหากมีอาการต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น
อาการแบบไหนควรพบแพทย์?
ควรปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการ เช่น
- ปวดต่อเนื่องหรืออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับพฤติกรรม
- ปวดมากจนรบกวนการทำงานหรือการนอน
- มีอาการชาหรือเสียวซ่าต่อเนื่อง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหยิบจับของได้ไม่เหมือนเดิม
- ปวดคอหรือหลังร่วมกับอาการร้าวลงแขนหรือขา
- อาการรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
การตรวจประเมินจะช่วยแยกว่าอาการเกิดจากกล้ามเนื้อและเอ็นจากการใช้งาน
หรือมีภาวะของเส้นประสาท ข้อต่อ หรือกระดูกสันหลังร่วมด้วย
ปรับพฤติกรรมระหว่างทำงาน ช่วยลดอาการได้
การปรับสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการทำงาน
อาจช่วยลดภาระต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อได้ เช่น
- จัดความสูงของเก้าอี้และโต๊ะให้เหมาะกับสรีระ
- จัดหน้าจอให้อยู่ในระดับที่ไม่ต้องก้มคอหรือเงยหน้ามากเกินไป
- จัดคีย์บอร์ดและเมาส์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ข้อมือไม่ต้องงอมาก
- เปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ
- พักสั้น ๆ และยืดกล้ามเนื้อระหว่างวัน
- หลีกเลี่ยงการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณเดิมต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อาการปวดจากการทำงานส่วนใหญ่สามารถดูแลได้เมื่อทราบสาเหตุและปรับพฤติกรรมอย่างเหมาะสม
แต่หากมีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดต่อเนื่อง
ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง