ปวดท้องเรื้อรัง อย่ามองข้าม อาจเป็นสัญญาณของโรคในระบบทางเดินอาหาร
อาการปวดท้อง ท้องอืด หรือจุกแน่นท้อง เป็นอาการที่พบได้บ่อย และอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารทั่วไป ไปจนถึงโรคที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม ดังนั้น หากมีอาการเกิดขึ้นเป็นประจำ เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม
ปวดท้องเรื้อรัง เกี่ยวข้องกับมะเร็งกระเพาะอาหารหรือไม่?
อาการปวดท้องเรื้อรังเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เนื่องจากอาการดังกล่าวสามารถพบได้ในโรคของระบบทางเดินอาหารหลายชนิด อย่างไรก็ตาม มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการชัดเจน หรือมีอาการคล้ายโรคกระเพาะอาหารอักเสบและแผลในกระเพาะอาหาร จึงอาจทำให้สังเกตได้ยากในช่วงแรก
สาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหารมีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) เรื้อรัง ซึ่งสามารถทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารและเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหารบางชนิด
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่สัมพันธ์กับความเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่มีเกลือสูง อาหารเค็มจัด รมควัน หรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม ภาวะกระเพาะอาหารอักเสบฝ่อเรื้อรัง รวมถึงการมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
ทั้งนี้ การมีปัจจัยเสี่ยงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร แต่ควรใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงร่วมกับแพทย์
อาการแบบไหนที่ควรพบแพทย์?
มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ หรือมีอาการที่ไม่จำเพาะ เช่น ปวดหรือไม่สบายท้อง ท้องอืด จุกแน่นหลังรับประทานอาหาร เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรืออาเจียน
ควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน โดยเฉพาะเมื่ออาการเป็นต่อเนื่องหรือรบกวนชีวิตประจำวัน รวมถึงเมื่อมีอาการที่ควรเฝ้าระวัง เช่น
- น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เบื่ออาหารมากขึ้นอย่างผิดปกติ
- กลืนอาหารลำบาก
- อาเจียนต่อเนื่อง
- อาเจียนเป็นเลือด
- ถ่ายอุจจาระดำหรือมีเลือดปน
- มีอาการซีด อ่อนเพลีย หรือสงสัยภาวะโลหิตจาง
อาการเหล่านี้สามารถเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน จึงไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง
การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น ช่วยตรวจอะไรได้บ้าง?
การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper GI Endoscopy หรือ Gastroscopy) เป็นวิธีหนึ่งที่แพทย์ใช้ตรวจดูความผิดปกติบริเวณหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้นโดยตรง หากพบรอยโรคหรือบริเวณที่สงสัย แพทย์สามารถเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อนำไปตรวจเพิ่มเติมได้
อย่างไรก็ตาม การส่องกล้องไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ใช่การตรวจที่ใช้ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหารโดยตรง การพิจารณาตรวจขึ้นอยู่กับอาการ อายุ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล
หากมีอาการปวดท้องหรือจุกแน่นเรื้อรัง อาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและพิจารณาวิธีตรวจที่เหมาะสม
เพราะอาการปวดท้องเรื้อรังอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การตรวจหาสาเหตุที่ถูกต้องจึงสำคัญกว่าการคาดเดาจากอาการเพียงอย่างเดียว