ศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความเจนความดันสูง

ศูนย์ศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความเจนความดันสูง

09.00 - 19.00

เพิ่มออกซิเจนให้เนื้อเยื่อ
ด้วยการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง

การเลือกใช้ HBOT ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์และจำนวนครั้งในการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

Hyperbaric Oxygen Therapy โรงพยาบาลรวมใจรักษ์

การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูงใน Hyperbaric Chamber

HBOT คืออะไร?

Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คือการให้ผู้รับบริการหายใจออกซิเจนภายใต้สภาวะที่มีความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศปกติภายใน Hyperbaric Chamber เมื่อความดันเพิ่มขึ้น ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในพลาสมาของเลือดสามารถเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อที่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอได้มากขึ้น

HBOT จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาในภาวะทางการแพทย์บางประเภท โดยแพทย์จะพิจารณาข้อบ่งชี้ ประโยชน์ และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล จุดสำคัญไม่ใช่เพียงการสูดออกซิเจนเพิ่มเติม แต่เป็นการให้ออกซิเจนภายใต้แรงดันที่ควบคุมตามแนวทางที่แพทย์กำหนด

HBOT ทำงานอย่างไร?

ภายใต้ความดันที่เหมาะสม ร่างกายสามารถได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อในข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่เหมาะสม

1

เพิ่มออกซิเจนที่ร่างกายได้รับ

ภายใต้ความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติ ปอดสามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับภาวะความดันปกติ

2

เพิ่มออกซิเจนในพลาสมา

ออกซิเจนสามารถละลายในพลาสมาเพิ่มขึ้น จึงช่วยเพิ่มออกซิเจนที่ส่งไปยังเนื้อเยื่อในบางภาวะที่ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ

3

สนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

ในข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม ระดับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยสนับสนุนกระบวนการสมานแผลและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ

HBOT ใช้ในการดูแลภาวะใดได้บ้าง?

HBOT เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ และในหลายภาวะจะใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานอื่น ไม่ได้ใช้ทดแทนการรักษาหลัก

🩹

แผลเรื้อรังบางประเภท

HBOT อาจใช้เป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยแผลเบาหวานบางกลุ่ม หรือบาดแผลที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลมาตรฐานอย่างเพียงพอ โดยต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล

☢️

เนื้อเยื่อบาดเจ็บจากรังสี

แพทย์อาจพิจารณาใช้ HBOT ในภาวะที่เนื้อเยื่ออ่อนหรือกระดูกได้รับความเสียหายภายหลังการฉายรังสีในผู้ป่วยบางกลุ่ม

💨

ภาวะพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์

HBOT อาจถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง อาการ และดุลยพินิจของแพทย์

🤿

โรคน้ำหนีบ

Decompression Sickness เป็นหนึ่งในภาวะที่การรักษาด้วยออกซิเจนภายใต้ความดันสูงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในเวชศาสตร์การดำน้ำ

🦴

เนื้อเยื่อขาดเลือดจากการบาดเจ็บบางชนิด

ในภาวะ Crush Injury, Compartment Syndrome หรือการบาดเจ็บที่ทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดบางประเภท แพทย์อาจพิจารณาใช้ HBOT ร่วมกับการรักษาอื่น

🧬

Skin Graft หรือ Flap ที่มีความเสี่ยง

อาจพิจารณาใช้เป็นการรักษาเสริม เมื่อ Skin Graft หรือ Tissue Flap มีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ

การใช้ HBOT ด้าน Wellness

การใช้ HBOT เพื่อการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย ลดความเหนื่อยล้า การนอนหลับ Anti-Aging หรือ Wellness มีระดับหลักฐานแตกต่างจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ จึงควรได้รับการประเมินถึงประโยชน์ ความเหมาะสม และข้อจำกัดโดยแพทย์ก่อนรับบริการ

ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับ HBOT?

หากมีภาวะต่อไปนี้ สามารถเข้ารับการประเมินเพื่อให้แพทย์พิจารณาว่า HBOT มีความเหมาะสมและอาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาหรือไม่

  • ✓มีบาดแผลเรื้อรังหรือแผลที่รักษาแล้วหายช้า
  • ✓มีแผลเบาหวานบางระดับที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลมาตรฐาน
  • ✓มีภาวะเนื้อเยื่อเสียหายภายหลังการฉายรังสี
  • ✓มี Skin Graft หรือ Flap ที่แพทย์ประเมินว่ามีความเสี่ยง
  • ✓มีภาวะทางการแพทย์อื่นที่แพทย์เห็นว่า HBOT อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
  • ✓ต้องการประเมินความเหมาะสมในการใช้ HBOT ด้านการฟื้นฟูสุขภาพก่อนตัดสินใจ

ดูแลอย่างเป็นระบบตั้งแต่การประเมินจนจบการบำบัด

การวางแผน HBOT ควรพิจารณาจากข้อบ่งชี้ภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว ความเสี่ยง และเป้าหมายของการรักษาในแต่ละบุคคล

📋

ประเมินสุขภาพก่อนรับบริการ

ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ รวมถึงปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการรับ HBOT

🎯

วางแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

จำนวนครั้ง ระยะเวลา และแนวทางการบำบัดพิจารณาตามภาวะสุขภาพ ข้อบ่งชี้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล

🩺

ติดตามอาการระหว่างรับบริการ

มีการเฝ้าติดตามอาการและประเมินความปลอดภัยตลอดกระบวนการบำบัด

การดูแลผู้รับบริการ HBOT โรงพยาบาลรวมใจรักษ์

ขั้นตอนการรับบริการ HBOT

1

ปรึกษาและประเมินสุขภาพ

แพทย์ซักประวัติ ตรวจประเมินภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความเหมาะสมก่อนเข้าสู่การบำบัด

2

เข้ารับการบำบัด

ผู้รับบริการเข้าสู่ Hyperbaric Chamber และรับออกซิเจนตามแนวทางที่แพทย์กำหนด โดยมีการติดตามอาการระหว่างรับบริการ

3

ประเมินหลังรับบริการ

หลังสิ้นสุดการบำบัด ทีมดูแลประเมินอาการเบื้องต้นและวางแผนการรับบริการครั้งถัดไปหากมีความจำเป็น

ความปลอดภัยที่ควรรู้ก่อนทำ HBOT

HBOT โดยทั่วไปสามารถทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของความดันและการได้รับออกซิเจนความเข้มข้นสูงอาจมีผลข้างเคียงบางประการ

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

  • แน่นหูหรือปวดหูจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน
  • แน่นหรือไม่สบายบริเวณไซนัส
  • อ่อนล้าหลังรับบริการในบางราย
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในบางกรณี
  • ความกังวลในผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ปิด

ควรแจ้งแพทย์หากมีภาวะต่อไปนี้

  • มีโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับปอด
  • เคยมีภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
  • เป็นหวัด คัดจมูก หรือมีปัญหาไซนัส
  • มีโรคหูหรือเคยได้รับการผ่าตัดหู
  • ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
  • มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ
สำคัญ

ผู้ที่มีภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ยังไม่ได้รับการรักษา หรือมีภาวะสุขภาพที่อาจได้รับผลจากแรงดัน ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนพิจารณา HBOT

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HBOT

HBOT ต่างจากการสูดออกซิเจนทั่วไปอย่างไร?

HBOT เป็นการให้ออกซิเจนภายใต้สภาวะที่มีความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติ ซึ่งแตกต่างจากการให้ออกซิเจนทั่วไปที่ความดันบรรยากาศปกติ

ต้องทำ HBOT กี่ครั้ง?

ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะกับทุกคน จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ ความรุนแรงของภาวะ การตอบสนองต่อการรักษา และแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด

ระหว่างอยู่ในเครื่องจะรู้สึกอย่างไร?

ในช่วงเพิ่มหรือลดความดัน อาจรู้สึกหูอื้อหรือแน่นหู คล้ายกับช่วงที่เครื่องบินขึ้นหรือลง เจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีปรับแรงดันในหู และติดตามอาการตลอดการรับบริการ

HBOT เจ็บหรือไม่?

กระบวนการโดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่อาจมีความรู้สึกแน่นบริเวณหูหรือไซนัสในช่วงที่ความดันมีการเปลี่ยนแปลง

หลังรับบริการต้องพักฟื้นหรือไม่?

ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและเหตุผลที่เข้ารับการรักษา

HBOT ใช้ด้าน Anti-Aging หรือ Wellness ได้หรือไม่?

มีการศึกษาเกี่ยวกับ HBOT ในด้านสุขภาพและการฟื้นฟูหลายด้าน อย่างไรก็ตาม ระดับหลักฐานสำหรับ Anti-Aging, Sleep หรือ Wellness แตกต่างจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ จึงควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล

ไม่แน่ใจว่า HBOT เหมาะกับคุณหรือไม่?

เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินข้อบ่งชี้ ประวัติสุขภาพ และวางแผนการบำบัดให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล

โทรนัดหมาย 1504

ข้อมูลสำคัญ: เนื้อหาในเว็บไซต์จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ความเหมาะสมของ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ ภาวะสุขภาพ และการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

📞 โทรนัดหมาย 1504

ทีมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง