ศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความเจนความดันสูง
ศูนย์ศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความเจนความดันสูง
09.00 - 19.00
เพิ่มออกซิเจนให้เนื้อเยื่อ
ด้วยการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง
การเลือกใช้ HBOT ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการประเมินโดยแพทย์ ผลลัพธ์และจำนวนครั้งในการรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล


HBOT คืออะไร?
Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) คือการให้ผู้รับบริการหายใจออกซิเจนภายใต้สภาวะที่มีความดันสูงกว่าความดันบรรยากาศปกติภายใน Hyperbaric Chamber เมื่อความดันเพิ่มขึ้น ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในพลาสมาของเลือดสามารถเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ร่างกายนำออกซิเจนไปยังเนื้อเยื่อที่ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอได้มากขึ้น
HBOT จึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาในภาวะทางการแพทย์บางประเภท โดยแพทย์จะพิจารณาข้อบ่งชี้ ประโยชน์ และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล จุดสำคัญไม่ใช่เพียงการสูดออกซิเจนเพิ่มเติม แต่เป็นการให้ออกซิเจนภายใต้แรงดันที่ควบคุมตามแนวทางที่แพทย์กำหนด
HBOT ทำงานอย่างไร?
ภายใต้ความดันที่เหมาะสม ร่างกายสามารถได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสนับสนุนกระบวนการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อในข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่เหมาะสม
เพิ่มออกซิเจนที่ร่างกายได้รับ
ภายใต้ความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติ ปอดสามารถรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับภาวะความดันปกติ
เพิ่มออกซิเจนในพลาสมา
ออกซิเจนสามารถละลายในพลาสมาเพิ่มขึ้น จึงช่วยเพิ่มออกซิเจนที่ส่งไปยังเนื้อเยื่อในบางภาวะที่ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ
สนับสนุนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
ในข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม ระดับออกซิเจนที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยสนับสนุนกระบวนการสมานแผลและการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ
HBOT ใช้ในการดูแลภาวะใดได้บ้าง?
HBOT เป็นการรักษาทางการแพทย์ที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ และในหลายภาวะจะใช้ร่วมกับการรักษามาตรฐานอื่น ไม่ได้ใช้ทดแทนการรักษาหลัก
แผลเรื้อรังบางประเภท
HBOT อาจใช้เป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยแผลเบาหวานบางกลุ่ม หรือบาดแผลที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลมาตรฐานอย่างเพียงพอ โดยต้องได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล
เนื้อเยื่อบาดเจ็บจากรังสี
แพทย์อาจพิจารณาใช้ HBOT ในภาวะที่เนื้อเยื่ออ่อนหรือกระดูกได้รับความเสียหายภายหลังการฉายรังสีในผู้ป่วยบางกลุ่ม
ภาวะพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์
HBOT อาจถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง อาการ และดุลยพินิจของแพทย์
โรคน้ำหนีบ
Decompression Sickness เป็นหนึ่งในภาวะที่การรักษาด้วยออกซิเจนภายใต้ความดันสูงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในเวชศาสตร์การดำน้ำ
เนื้อเยื่อขาดเลือดจากการบาดเจ็บบางชนิด
ในภาวะ Crush Injury, Compartment Syndrome หรือการบาดเจ็บที่ทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดบางประเภท แพทย์อาจพิจารณาใช้ HBOT ร่วมกับการรักษาอื่น
Skin Graft หรือ Flap ที่มีความเสี่ยง
อาจพิจารณาใช้เป็นการรักษาเสริม เมื่อ Skin Graft หรือ Tissue Flap มีความเสี่ยงต่อภาวะเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่เพียงพอ
การใช้ HBOT เพื่อการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย ลดความเหนื่อยล้า การนอนหลับ Anti-Aging หรือ Wellness มีระดับหลักฐานแตกต่างจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ จึงควรได้รับการประเมินถึงประโยชน์ ความเหมาะสม และข้อจำกัดโดยแพทย์ก่อนรับบริการ
ใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับ HBOT?
หากมีภาวะต่อไปนี้ สามารถเข้ารับการประเมินเพื่อให้แพทย์พิจารณาว่า HBOT มีความเหมาะสมและอาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาหรือไม่
- ✓มีบาดแผลเรื้อรังหรือแผลที่รักษาแล้วหายช้า
- ✓มีแผลเบาหวานบางระดับที่ไม่ตอบสนองต่อการดูแลมาตรฐาน
- ✓มีภาวะเนื้อเยื่อเสียหายภายหลังการฉายรังสี
- ✓มี Skin Graft หรือ Flap ที่แพทย์ประเมินว่ามีความเสี่ยง
- ✓มีภาวะทางการแพทย์อื่นที่แพทย์เห็นว่า HBOT อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา
- ✓ต้องการประเมินความเหมาะสมในการใช้ HBOT ด้านการฟื้นฟูสุขภาพก่อนตัดสินใจ
ดูแลอย่างเป็นระบบตั้งแต่การประเมินจนจบการบำบัด
การวางแผน HBOT ควรพิจารณาจากข้อบ่งชี้ภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว ความเสี่ยง และเป้าหมายของการรักษาในแต่ละบุคคล
ประเมินสุขภาพก่อนรับบริการ
ซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ รวมถึงปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการรับ HBOT
วางแผนตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
จำนวนครั้ง ระยะเวลา และแนวทางการบำบัดพิจารณาตามภาวะสุขภาพ ข้อบ่งชี้ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ติดตามอาการระหว่างรับบริการ
มีการเฝ้าติดตามอาการและประเมินความปลอดภัยตลอดกระบวนการบำบัด

ขั้นตอนการรับบริการ HBOT
ปรึกษาและประเมินสุขภาพ
แพทย์ซักประวัติ ตรวจประเมินภาวะสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และความเหมาะสมก่อนเข้าสู่การบำบัด
เข้ารับการบำบัด
ผู้รับบริการเข้าสู่ Hyperbaric Chamber และรับออกซิเจนตามแนวทางที่แพทย์กำหนด โดยมีการติดตามอาการระหว่างรับบริการ
ประเมินหลังรับบริการ
หลังสิ้นสุดการบำบัด ทีมดูแลประเมินอาการเบื้องต้นและวางแผนการรับบริการครั้งถัดไปหากมีความจำเป็น
ความปลอดภัยที่ควรรู้ก่อนทำ HBOT
HBOT โดยทั่วไปสามารถทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของความดันและการได้รับออกซิเจนความเข้มข้นสูงอาจมีผลข้างเคียงบางประการ
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
- แน่นหูหรือปวดหูจากการเปลี่ยนแปลงของแรงดัน
- แน่นหรือไม่สบายบริเวณไซนัส
- อ่อนล้าหลังรับบริการในบางราย
- การมองเห็นเปลี่ยนแปลงชั่วคราวในบางกรณี
- ความกังวลในผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ปิด
ควรแจ้งแพทย์หากมีภาวะต่อไปนี้
- มีโรคหรือความผิดปกติเกี่ยวกับปอด
- เคยมีภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด
- เป็นหวัด คัดจมูก หรือมีปัญหาไซนัส
- มีโรคหูหรือเคยได้รับการผ่าตัดหู
- ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์
- มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ
ผู้ที่มีภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ยังไม่ได้รับการรักษา หรือมีภาวะสุขภาพที่อาจได้รับผลจากแรงดัน ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนพิจารณา HBOT
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HBOT
HBOT ต่างจากการสูดออกซิเจนทั่วไปอย่างไร?
HBOT เป็นการให้ออกซิเจนภายใต้สภาวะที่มีความดันสูงกว่าบรรยากาศปกติ ซึ่งแตกต่างจากการให้ออกซิเจนทั่วไปที่ความดันบรรยากาศปกติ
ต้องทำ HBOT กี่ครั้ง?
ไม่มีจำนวนครั้งที่เหมาะกับทุกคน จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ ความรุนแรงของภาวะ การตอบสนองต่อการรักษา และแผนการรักษาที่แพทย์กำหนด
ระหว่างอยู่ในเครื่องจะรู้สึกอย่างไร?
ในช่วงเพิ่มหรือลดความดัน อาจรู้สึกหูอื้อหรือแน่นหู คล้ายกับช่วงที่เครื่องบินขึ้นหรือลง เจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีปรับแรงดันในหู และติดตามอาการตลอดการรับบริการ
HBOT เจ็บหรือไม่?
กระบวนการโดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่อาจมีความรู้สึกแน่นบริเวณหูหรือไซนัสในช่วงที่ความดันมีการเปลี่ยนแปลง
หลังรับบริการต้องพักฟื้นหรือไม่?
ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและเหตุผลที่เข้ารับการรักษา
HBOT ใช้ด้าน Anti-Aging หรือ Wellness ได้หรือไม่?
มีการศึกษาเกี่ยวกับ HBOT ในด้านสุขภาพและการฟื้นฟูหลายด้าน อย่างไรก็ตาม ระดับหลักฐานสำหรับ Anti-Aging, Sleep หรือ Wellness แตกต่างจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ จึงควรได้รับการประเมินเป็นรายบุคคล
ไม่แน่ใจว่า HBOT เหมาะกับคุณหรือไม่?
เริ่มต้นด้วยการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินข้อบ่งชี้ ประวัติสุขภาพ และวางแผนการบำบัดให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล
ข้อมูลสำคัญ: เนื้อหาในเว็บไซต์จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านสุขภาพ ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ ความเหมาะสมของ Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้ ภาวะสุขภาพ และการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล