สรุปสั้น ๆ: เส้นเลือดขอดเกิดจากลิ้นหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ทำให้เลือดไหลย้อนและคั่งจนเส้นโป่งพอง จากประสบการณ์ดูแลผู้ป่วย เส้นเลือดขอดไม่ใช่เพียงปัญหาความสวยงาม หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ผิวคล้ำ แผลเรื้อรัง เส้นแตกจนเลือดออกมาก หรือลิ่มเลือดอักเสบ ปัจจุบันผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ มีทางเลือกทั้งการฉีดยา เลเซอร์ คลื่นความถี่วิทยุ และกาวชีวภาพ
เส้นเลือดขอดคืออะไร แล้วทำไมเส้นถึงโป่งเป็นเส้นขอด
คำถามที่พบมากที่สุดในห้องตรวจคือ เส้นเขียว ๆ ปูด ๆ ที่ขา ใส่กางเกงขายาวปิดไว้ก็เพียงพอแล้วหรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในหลอดเลือด ซึ่งมองจากภายนอกไม่เห็น
เลือดดำจากขาต้องเดินทางจากที่ต่ำขึ้นไปหาหัวใจ ร่างกายจึงมีลิ้นเล็ก ๆ อยู่ในหลอดเลือดดำ ทำหน้าที่เหมือนประตูกั้นน้ำแบบทางเดียว เปิดให้เลือดไหลขึ้น แล้วปิดกันไม่ให้ไหลย้อนกลับลงมา เมื่อลิ้นเหล่านี้เสื่อมหรือหย่อน เลือดจะย้อนลงมาคั่ง ความดันในหลอดเลือดสะสมต่อเนื่องจนผนังโป่งพองออกเป็นเส้นบิดเกลียวที่มองเห็นจากภายนอก นั่นคือเส้นเลือดขอด ส่วนเส้นเลือดฝอยแดง ๆ เล็ก ๆ ที่ปรากฏตามผิวหนัง เป็นหลอดเลือดขนาดเล็กที่โป่งอยู่ในระดับตื้นกว่า
กลุ่มที่พบบ่อยที่สุดคือผู้ที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นมาก่อน เนื่องจากพันธุกรรมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด รองลงมาคืออาชีพที่ต้องยืนหรือเดินเกือบทั้งวัน เช่น พยาบาล ครู พนักงานขาย ช่างทำผม นอกจากนี้ยังพบในผู้ที่เคยตั้งครรภ์ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน และผู้สูงอายุ เพราะลิ้นหลอดเลือดเสื่อมสภาพไปตามเวลาเช่นเดียวกับอวัยวะอื่น
ความไม่สวยงามก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้ามันกินความมั่นใจไปทั้งชีวิต
ก่อนจะกล่าวถึงภาวะแทรกซ้อน ผลกระทบด้านความมั่นใจเป็นเรื่องที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าอาการปวดขา หลายรายเลิกสวมกระโปรงสั้นไปหลายปี บางรายเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องเปิดเผยขา เช่น การไปทะเลหรือสระว่ายน้ำ
ผลกระทบเช่นนี้สะสมและกระทบคุณภาพชีวิตได้จริง ปัจจุบันการรักษาเพื่อความสวยงามทำได้สะดวกขึ้นมาก ทั้งการฉีดยาและเลเซอร์ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว
อาการที่ต้องรู้ ไม่ใช่มีแค่เส้นปูดบนขา
เส้นเลือดขอดมักมาพร้อมอาการรบกวนการใช้ชีวิต และผู้ป่วยมักรายงานว่าอาการเป็นมากที่สุดในช่วงบ่ายถึงเย็น หรือหลังยืนต่อเนื่องมาทั้งวัน
- ขาหนัก อึดอัด เหมือนถูกรัด ไม่ใช่อาการปวดที่ชัดเจน แต่รู้สึกไม่สบายตลอดวัน
- บวมรอบข้อเท้าและน่องช่วงเย็น และทุเลาลงในตอนเช้าหลังนอนพัก
- คันตามหน้าแข้งหรือรอบ ๆ เส้นเลือดขอด จนต้องเกาบ่อย
- ปวดแสบหรือชาตามเส้นที่โป่ง บางรายมีอาการกล้ามเนื้อน่องกระตุกตอนกลางคืน
ปล่อยทิ้งไว้ มีอะไรตามมาบ้าง — ภาวะแทรกซ้อน 4 แบบที่ควรรู้
เส้นเลือดขอดไม่ได้ทำให้เสียชีวิตในระยะสั้น แต่ผู้ป่วยที่ปล่อยไว้หลายปีโดยไม่ได้รับการดูแล โดยเฉพาะรายที่เส้นโป่งขนาดใหญ่แล้ว มักดำเนินไปสู่ภาวะแทรกซ้อนสี่อย่างตามลำดับ และแต่ละระยะรักษายากขึ้นตามลำดับด้วย
1. ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลคล้ำ
เลือดที่คั่งอยู่ในขาเป็นเวลานานทำให้เม็ดเลือดแดงรั่วออกนอกหลอดเลือด ธาตุเหล็กจากเม็ดเลือดแดงจะค่อย ๆ สะสมในผิวหนังจนกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มรอบข้อเท้าและหน้าแข้งส่วนล่าง ผู้ป่วยหลายรายเข้าใจว่าเป็นกระหรือรอยหมักหมมจากการทำความสะอาดไม่เพียงพอ และใช้ครีมทาต่อเนื่องเป็นปี แต่รอยเหล่านี้เป็นผลจากเลือดคั่ง และเป็นสัญญาณว่าหลอดเลือดส่วนล่างรับภาระหนักเกินมานานแล้ว
2. แผลเรื้อรังที่ข้อเท้า หายยากเป็นเดือนเป็นปี
ระยะต่อมา ผิวหนังบริเวณที่เลือดคั่งจะขาดออกซิเจนและอักเสบเรื้อรัง จนกลายเป็นแผลที่ข้อเท้า ตำแหน่งที่พบบ่อยคือด้านในของข้อเท้า ประเด็นสำคัญคือแผลลักษณะนี้หายยากมาก การทายาเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้แผลปิด เพราะต้นเหตุอยู่ที่การไหลเวียนเลือดที่ผิดปกติ ไม่ใช่ที่ผิวหนังบริเวณแผล การรักษาจึงต้องแก้ที่หลอดเลือดไปพร้อมกับการดูแลแผล
3. เส้นเลือดขอดแตก เลือดพุ่ง
ผนังหลอดเลือดที่โป่งพองมานานจะบางและเปราะ บางรายเพียงเกา กระแทกกับขอบเตียงเบา ๆ หรือเบ่งแรงในห้องน้ำ เส้นก็แตกและมีเลือดออกปริมาณมาก เนื่องจากภายในเป็นแรงดันสูงที่คั่งอยู่ ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุที่ผิวหนังบางและรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากเกิดขึ้น ให้นอนราบ ยกขาสูง กดบริเวณแผลไว้ และมาโรงพยาบาลทันที
4. ลิ่มเลือดในเส้นเลือดขอด และความเสี่ยงที่ลุกลาม
เลือดที่ไหลช้าและคั่งนิ่งอยู่นานมีแนวโน้มจับตัวเป็นลิ่มเลือด เส้นเลือดขอดที่มีลิ่มเลือดจะอักเสบ คลำได้แข็งเป็นลำ แดง ร้อน และกดเจ็บ ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังไม่ใช่ก้อนที่ขา แต่เป็นโอกาสที่การอักเสบจะลุกลามเข้าไปถึงหลอดเลือดดำลึก แล้วลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดปอด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต หากเส้นขอดที่เคยไม่มีอาการกลับมาแข็ง แดง และปวดผิดปกติภายในไม่กี่วัน ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
แต่ละระดับ รักษาไม่เหมือนกัน — เลือกวิธีที่ตรงกับเส้นของคุณ

รู้จักวิธีรักษายุคใหม่ ที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
ในอดีต การรักษาเส้นเลือดขอดคือการผ่าตัดดึงเส้นเลือดออก ต้องดมยาหรือฉีดยาเข้าไขสันหลัง มีแผลขนาดใหญ่ และใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ป่วยรุ่นก่อนมักเลือกทนอยู่กับอาการมากกว่าเข้ารับการรักษา ปัจจุบันแนวทางการรักษาเปลี่ยนไปมาก
การฉีดยา (Sclerotherapy)
เป็นการฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดฝอยหรือเส้นขอดขนาดเล็ก ยาจะทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและติดเข้าหากัน เส้นที่ถูกปิดจะค่อย ๆ จางหายไปภายในไม่กี่สัปดาห์ วิธีนี้เหมาะกับเส้นเลือดฝอยและเส้นขอดขนาดเล็กที่ผู้ป่วยกังวลเรื่องความสวยงามเป็นหลัก และสามารถทำซ้ำโดยไม่ยาก
เลเซอร์หรือคลื่นความถี่วิทยุ (EVLA / RFA)
สำหรับเส้นขอดขนาดกลางถึงใหญ่ แพทย์จะสอดใยเลเซอร์หรือสายคลื่นความถี่วิทยุเข้าไปในหลอดเลือดเส้นหลักที่ผิดปกติผ่านรูเปิดขนาดเล็ก แล้วปล่อยความร้อนเพื่อปิดเส้นนั้นตั้งแต่ต้นทาง เลือดที่เคยคั่งจะถูกเบี่ยงไปใช้หลอดเลือดเส้นที่ยังทำงานปกติแทน คำถามที่พบบ่อยคือ การปิดเส้นเลือดจะทำให้เลือดคั่งที่ขาหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะขามีหลอดเลือดดำสำรองอยู่จำนวนมาก และเส้นที่ปิดคือเส้นที่เสียการทำงานและเป็นต้นเหตุของอาการอยู่แล้ว แผลมีขนาดเล็กเท่ารูเข็ม เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิมมาก และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว
กาวชีวภาพ (VenaSeal)
วิธีนี้ใช้กาวทางการแพทย์เฉพาะชนิดหยอดปิดหลอดเลือดที่ผิดปกติ โดยไม่ใช้ความร้อน จึงไม่ต้องฉีดยาชาเป็นแนวยาวรอบขาเหมือนการรักษาด้วยความร้อน ผู้ป่วยมักรายงานว่าเจ็บน้อย และส่วนใหญ่ไม่ต้องสวมถุงน่องทางการแพทย์หลังทำ ผู้ที่เลือกวิธีนี้มักเป็นกลุ่มที่มีเวลาลางานจำกัดและต้องการกลับไปทำงานเร็ว
ทำไมถึงบอกว่า รักษาเร็วยิ่งได้เปรียบ
โรคนี้ดำเนินไปในทิศทางเดียว หากไม่ได้แก้ปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ได้รับการรักษา จะดำเนินจากเส้นเลือดฝอยไปเป็นเส้นขอด จากอาการขาหนักไปเป็นผิวหนังคล้ำ และปลายทางคือแผลเรื้อรัง ในระยะที่เส้นยังมีขนาดเล็กและยังไม่โป่งพองมาก การรักษาทำได้ง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และผลลัพธ์ด้านความสวยงามดีกว่า ต่างจากผู้ป่วยที่มาพบแพทย์เมื่อมีแผลที่ข้อเท้าแล้ว ซึ่งต้องรักษาหลอดเลือดควบคู่กับการดูแลแผล ใช้เวลาเป็นเดือน และบางรายเป็นปี
ป้องกันและชะลอ ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน
- ถ้าอาชีพต้องยืนนาน หาเวลานั่งพัก และยกขาสูงเป็นช่วง ๆ ระหว่างวัน
- ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อน่องทำงานสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เพราะกล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่เหมือนปั๊มที่ช่วยส่งเลือดจากขากลับขึ้นหัวใจ
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อลดแรงกดทับต่อหลอดเลือดขา
- เลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมติดต่อกันหลายชั่วโมง
- สำหรับผู้ที่มีเส้นขอดแล้ว การสวมถุงน่องทางการแพทย์ในระดับแรงดันที่แพทย์แนะนำช่วยลดอาการและชะลอการลุกลามได้ แต่ถุงน่องไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ เพราะช่วยให้อาการทุเลาลง ไม่ได้ทำให้ลิ้นหลอดเลือดที่เสียกลับมาทำงานได้ตามปกติ รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ในบทความ ถุงน่องรักษาเส้นเลือดขอดได้จริงไหม ซึ่งอธิบายวิธีเลือกระดับแรงดัน ช่วงเวลาที่ควรใส่ และสัญญาณที่บอกว่าการใส่ถุงน่องอย่างเดียวไม่เพียงพอ
- สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องเส้นเลือดปูดที่มือ ซึ่งเป็นอีกปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงวัยและผู้ที่ใช้มือทำงานหนัก การฉีดยารักษาเส้นเลือด (Sclerotherapy) เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รายละเอียดอ่านได้ในบทความ เส้นเลือดขอดที่มือ ฉีดยารักษาได้ ปลอดภัยจริงไหม และ เส้นเลือดฝอยที่ขาอันตรายไหม ซึ่งอธิบายหลักการ ความปลอดภัย ผลข้างเคียง และการดูแลหลังทำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เส้นเลือดขอดเกิดจากอะไร?
เกิดจากความผิดปกติของลิ้นในหลอดเลือดดำ ทำให้เลือดไหลย้อนกลับและคั่งในหลอดเลือดจนโป่งพองเป็นเส้นขอด ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยได้แก่ พันธุกรรม อาชีพที่ต้องยืนหรือเดินนาน การตั้งครรภ์ น้ำหนักตัวเกิน และอายุที่มากขึ้น
เส้นเลือดขอดอันตรายไหม?
โดยตัวมันเองไม่ได้อันตรายถึงชีวิตทันที แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจดำเนินไปสู่ผิวหนังคล้ำ แผลเรื้อรังที่ข้อเท้า เส้นเลือดขอดแตกจนเลือดออกมาก หรือเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดขอดที่อักเสบ ซึ่งอาจลุกลามไปสู่หลอดเลือดดำลึกและหลุดไปอุดปอดได้
รักษาเส้นเลือดขอดต้องผ่าตัดหรือไม่?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ มีทั้งการฉีดยาเส้นเลือดฝอย การใช้เลเซอร์หรือคลื่นความถี่วิทยุปิดหลอดเลือด และการใช้กาวชีวภาพ ซึ่งแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ส่วนใหญ่กลับบ้านได้ในวันเดียว
รักษาแล้วเส้นเลือดขอดจะกลับมาเป็นอีกไหม?
เส้นที่รักษาไปแล้วจะถูกปิดและค่อย ๆ ถูกดูดซับไป แต่ยังมีโอกาสเกิดเส้นใหม่ได้ ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน จึงควรติดตามตรวจซ้ำตามนัดและดูแลพฤติกรรมเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
จำเป็นต้องใส่ถุงน่องทางการแพทย์ไหม?
ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและวิธีการรักษาที่เลือก ถุงน่องช่วยลดอาการบวมและปวด ชะลอการลุกลามของโรค และใช้หลังการรักษาด้วยความร้อนในบางราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาด้วยกาวชีวภาพส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องใส่
สรุป
เส้นเลือดขอดมักเริ่มจากปัญหาด้านความมั่นใจ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจนำไปสู่ผิวหนังคล้ำ แผลเรื้อรัง เส้นเลือดแตก และลิ่มเลือดอักเสบ ซึ่งทั้งหมดป้องกันได้ง่ายกว่าการตามแก้ไขในภายหลัง ผู้ที่มีเส้นขอดแล้วไม่ว่าขนาดเล็กหรือใหญ่ ควรเข้ารับการตรวจด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินว่าลิ้นหลอดเลือดทำงานผิดปกติที่ตำแหน่งใด แล้ววางแผนการรักษาให้ตรงจุดตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด
ศัลยศาสตร์หลอดเลือด
ศาสตราจารย์ประจำหน่วยศัลยศาสตร์หลอดเลือด ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (พ.ศ. 2530-2540) ต่อด้วยแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์หลอดเลือดและการวิจัยระดับปริญญาเอกทางโรคหลอดเลือด จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตันและมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ (พ.ศ. 2541-2545) ได้รับการรับรองจากแพทย์สภาและราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยว่าเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญสาขาศัลยศาสตร์หลอดเลือด และเป็นวิทยากรประจำการประชุมวิชาการของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมเส้นเลือดขอดแห่งประเทศไทย รับรางวัลนักวิชาการนานาชาติ International Scholar จาก Society for Vascular Surgery สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2553) International Fellow จาก Australasian College of Phlebology ออสเตรเลีย (พ.ศ. 2561) รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ (พ.ศ. 2558) และได้รับการจัดอันดับเป็นนักวิทยาศาสตร์ World’s Top 2% โดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2564-2568)
ปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์หลอดเลือด โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62
โทรนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Hotline: 1504
คลิกเพื่อดูรายละเอียดศูนย์บริการของเรา
*คำเตือน: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที