1. การดูแลแผลใน 24 ชั่วโมงแรก
- กัดผ้าก๊อซบริเวณแผลไว้ประมาณ 1–2 ชั่วโมง หากมีเลือดซึมมาก ให้เปลี่ยนผ้าก๊อซชิ้นใหม่ และกัดต่ออีก 30–60 นาที เลือดซึมปนน้ำลายเล็กน้อยใน 1–2 วันแรกถือเป็นเรื่องปกติ
- ห้ามบ้วนน้ำหรือบ้วนเลือดแรง ๆ ห้ามใช้หลอดดูดน้ำ ห้ามดูดแผลหรือใช้ลิ้นดุนแผล เพราะจะรบกวนลิ่มเลือดที่ปิดแผล
- ประคบเย็นภายนอกช่องปากบริเวณที่ผ่าตัด ครั้งละ 15–20 นาที สลับพัก 15–20 นาที ภายใน 48–72 ชั่วโมงแรก ช่วยลดอาการปวดและบวมได้
- โดยทั่วไปอาการปวดจะมากที่สุดในช่วงประมาณ 6 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด และอาการบวมจะมากที่สุดในช่วง 48–72 ชั่วโมง (วันที่ 2–3) จากนั้นจะค่อย ๆ ทุเลาลง
2. การรับประทานยา (Medication)
- รับประทานยาแก้ปวด/ยาลดการอักเสบตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่สุดของการควบคุมอาการปวด
- หากได้รับยาปฏิชีวนะ ให้รับประทานให้ครบตามจำนวนที่กำหนด แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
- หากมีอาการแพ้ยา เช่น ผื่น คัน หน้าบวม หายใจลำบาก ให้หยุดยาและติดต่อแผนกหรือพบแพทย์ทันที
3. อาหารและเครื่องดื่ม (Food & Drink)
- ในช่วงแรกควรรับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป และหลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสจัดหรือร้อนเกินไป เพื่อลดการอักเสบและการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ หรือเหนียว และเคี้ยวอาหารด้านตรงข้ามกับแผลจนกว่าแผลจะหายดี
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะรบกวนการหายของแผลและอาจมีผลต่อยาที่ได้รับ
4. การทำความสะอาดช่องปาก
- วันแรกงดการบ้วนน้ำ ตั้งแต่วันถัดไปแปรงฟันได้ตามปกติด้วยแปรงขนนุ่ม โดยหลีกเลี่ยงการแปรงโดนแผลโดยตรงในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- อาจบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น (เกลือครึ่งช้อนชาผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว) หลังอาหารทุกมื้อ หรือใช้น้ำยาบ้วนปากตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
- การบ้วนปากด้วยน้ำยา คลอร์เฮกซีดีน (Chlorhexidine 0.12–0.2%) วันละ 2 ครั้ง ตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด ช่วยควบคุมคราบจุลินทรีย์และส่งเสริมการหายของแผลหลังศัลยกรรมช่องปาก ทั้งนี้อาจทำให้เกิดคราบสีบนฟันชั่วคราวซึ่งขจัดออกได้เมื่อมาขัดฟัน
- เมื่อแผลหายดีและใส่ครอบฟันแล้ว การทำความสะอาดรากฟันเทียมอย่างสม่ำเสมอด้วยการแปรงฟันและไหมขัดฟัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะเยื่อเมือกรอบรากฟันเทียมอักเสบ (peri-implant mucositis) และโรคเนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียมอักเสบ (peri-implantitis)
5. งดสูบบุหรี่
- การสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อความสำเร็จของรากฟันเทียม โดยสารนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงแผลลดลง แผลหายช้า และรบกวนการยึดติดของกระดูกกับรากฟันเทียม (osseointegration)
- หลักฐานจากการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบพบว่าผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อความล้มเหลวของรากฟันเทียมสูงกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ประมาณ 2 เท่า และยิ่งสูบมากความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้น
- ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อยตลอดช่วงที่แผลหายและกระดูกยึดติดกับรากฟันเทียม (2–3 เดือนแรก) การเลิกสูบบุหรี่ถาวรจะให้ผลดีที่สุดต่อความสำเร็จในระยะยาว
6. การพักผ่อนและกิจกรรม
- งดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือก้มศีรษะต่ำเป็นเวลานาน ในช่วง 2–3 วันแรก
- คืนแรกควรนอนหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าปกติ เพื่อช่วยลดอาการบวม
7. การมาตรวจตามนัด
- มาตรวจแผลและตัดไหมตามนัด (โดยทั่วไปประมาณ 7–14 วันหลังผ่าตัด) และมาตามนัดทุกครั้งในแต่ละขั้นตอนของการรักษา
- หลังใส่ครอบฟันบนรากฟันเทียมแล้ว ควรมารับการตรวจและทำความสะอาดรากฟันเทียมเป็นระยะทุก 3–6 เดือน ตามระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล เพื่อคงสภาพเนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียมให้แข็งแรงในระยะยาว
8. อาการผิดปกติที่ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์
- เลือดออกมากและไม่หยุดแม้กัดผ้าก๊อซแล้ว
- อาการปวดหรือบวมมากขึ้นหลังวันที่ 3 แทนที่จะทุเลาลง
- มีไข้ มีหนอง หรือมีกลิ่น/รสผิดปกติจากแผล อาการชาบริเวณริมฝีปาก คาง หรือลิ้น ที่ไม่หายไปหลังยาชาหมดฤทธิ์
- ไหมเย็บหลุด แผลแยก หรือสัมผัสได้ว่ารากฟันเทียมโยก
เอกสารอ้างอิง
- ศิริชัย ตันตระกูลเจริญ. (2562).
ความชุกของโรคเนื้อเยื่อเมือกรอบรากฟันเทียมอักเสบและโรคเนื้อเยื่อรอบรากฟันเทียมอักเสบ
ในผู้ป่วยที่ได้รับการฝังรากฟันเทียมเพื่อยึดฟันเทียมทั้งปากชิ้นล่าง.
พุทธชินราชเวชสาร ปีที่ 36 ฉบับที่ 3 (2019). น. 322–331. - do Nascimento-Júnior, E. M., et al. (2025).
Certainty of evidence on the effects of cryotherapy, surgical wound closure,
and chlorhexidine on clinical and patient-centered outcomes after third molar surgery:
Evidence mapping of systematic reviews and meta-analyses.
Medicina Oral, Patología Oral y Cirugía Bucal. - Khouly, I., Braun, R. S., Silvestre, T., et al. (2021).
Post-operative pain management in dental implant surgery:
A systematic review and meta-analysis of randomized clinical trials.
Clinical Oral Investigations, 25(5), 2511–2536. - Romero-Olid, M. N., Bucataru, E., Ramos-García, P., & González-Moles, M. Á. (2023).
Efficacy of chlorhexidine after oral surgery procedures on wound healing:
Systematic review and meta-analysis.
Antibiotics, 12(10), Article 1552. - Mustapha, A. D., Salame, Z., & Chrcanovic, B. R. (2021).
Smoking and dental implants: A systematic review and meta-analysis.
Medicina, 58(1), Article 39.