ตาดับมืดชั่วขณะ อาจเป็นสัญญาณเตือน TIA และโรคหลอดเลือดสมอง
อาการมองเห็นลดลงหรือตาดับมืดอย่างฉับพลัน แม้อาการจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วกลับมาเป็นปกติ ก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการชา อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมองเห็นภาพซ้อน
อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว หรือ TIA (Transient Ischemic Attack) ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปยังสมองถูกขัดขวางชั่วคราว
TIA มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง แต่โดยทั่วไปอาการจะหายไปเอง อย่างไรก็ตาม การที่อาการหายไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะ TIA เป็นสัญญาณเตือนว่ามีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต
อาการแบบไหนที่ต้องระวัง?
อาการของ TIA และโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น
- ตามัว มองเห็นลดลง หรือตาดับมืดทันที
- มองเห็นภาพซ้อน
- ใบหน้า แขน หรือขาชาหรืออ่อนแรง โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
- พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือไม่เข้าใจคำพูด
- เดินเซ เสียการทรงตัว หรือการประสานงานของร่างกายผิดปกติ
- เวียนศีรษะร่วมกับอาการทางระบบประสาทอื่น
- ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการเหล่านี้อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีและหายไปเองได้ แต่ ไม่ควรรอดูอาการหรือรอให้เกิดซ้ำ
ตาดับมืดชั่วขณะ เกี่ยวข้องกับ Stroke อย่างไร?
อาการสูญเสียการมองเห็นอย่างฉับพลันเป็นหนึ่งในอาการที่สามารถพบได้ใน TIA หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ตาดับมืดหรือตามัวชั่วคราวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น ความผิดปกติของดวงตา จอประสาทตา ไมเกรน หรือระบบไหลเวียนเลือด
ดังนั้นจึงไม่ควรวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว หากเกิดอาการมองเห็นผิดปกติแบบเฉียบพลัน ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว
รู้จัก B.E. F.A.S.T. สัญญาณเตือน Stroke
สามารถจดจำสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองได้ด้วยหลัก B.E. F.A.S.T.
B – Balance
เสียการทรงตัว เดินเซ หรือเวียนศีรษะอย่างผิดปกติ
E – Eyes
การมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อน
F – Face
ใบหน้าอ่อนแรงหรือปากเบี้ยวข้างหนึ่ง
A – Arm
แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชา โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
S – Speech
พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือไม่เข้าใจคำพูด
T – Time
หากพบอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที
ไม่ควรรอให้อาการดีขึ้นเอง เพราะโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่การรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของสมอง
ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?
ภาวะ TIA และโรคหลอดเลือดสมองสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบได้มากขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- ความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
- โรคหัวใจ
- ภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation)
- สูบบุหรี่
- มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือ TIA มาก่อน
การควบคุมโรคประจำตัวและลดปัจจัยเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญในการลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
อาการหายแล้ว ยังต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่?
ต้องได้รับการประเมิน แม้อาการจะหายไปแล้ว
ในช่วงที่เริ่มมีอาการ ไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่าเป็น TIA หรือโรคหลอดเลือดสมองที่กำลังเกิดขึ้น การประเมินอย่างรวดเร็วช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุ ประเมินหลอดเลือด สมอง และหัวใจ รวมถึงวางแผนป้องกันการเกิด Stroke ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
หากมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง
ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มจากการควบคุมปัจจัยเสี่ยง
แนวทางดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่
- ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม
- ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
- งดสูบบุหรี่
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
- ควบคุมน้ำหนัก
- รับประทานอาหารที่สมดุล
- รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หากมีโรคประจำตัว
เมื่อเกิดอาการทางระบบประสาทอย่างฉับพลัน เวลาเป็นสิ่งสำคัญ แม้อาการจะดีขึ้นหรือหายไปเอง ก็ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว