ตาดับมืดชั่วขณะ สัญญาณเตือน!โรคหลอดเลือดสมอง

23 มกราคม 2023 •
Views
Ruamjairak Hospital
ผู้เขียน

ตาดับมืดชั่วขณะ อาจเป็นสัญญาณเตือน TIA และโรคหลอดเลือดสมอง

อาการมองเห็นลดลงหรือตาดับมืดอย่างฉับพลัน แม้อาการจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วกลับมาเป็นปกติ ก็ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการชา อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด เดินเซ หรือมองเห็นภาพซ้อน

อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว หรือ TIA (Transient Ischemic Attack) ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนเลือดไปยังสมองถูกขัดขวางชั่วคราว

TIA มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง แต่โดยทั่วไปอาการจะหายไปเอง อย่างไรก็ตาม การที่อาการหายไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย เพราะ TIA เป็นสัญญาณเตือนว่ามีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองในอนาคต

อาการแบบไหนที่ต้องระวัง?

อาการของ TIA และโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น

  • ตามัว มองเห็นลดลง หรือตาดับมืดทันที
  • มองเห็นภาพซ้อน
  • ใบหน้า แขน หรือขาชาหรืออ่อนแรง โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
  • พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือไม่เข้าใจคำพูด
  • เดินเซ เสียการทรงตัว หรือการประสานงานของร่างกายผิดปกติ
  • เวียนศีรษะร่วมกับอาการทางระบบประสาทอื่น
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและเกิดขึ้นทันทีโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการเหล่านี้อาจเกิดเพียงไม่กี่นาทีและหายไปเองได้ แต่ ไม่ควรรอดูอาการหรือรอให้เกิดซ้ำ

ตาดับมืดชั่วขณะ เกี่ยวข้องกับ Stroke อย่างไร?

อาการสูญเสียการมองเห็นอย่างฉับพลันเป็นหนึ่งในอาการที่สามารถพบได้ใน TIA หรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ตาดับมืดหรือตามัวชั่วคราวอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น ความผิดปกติของดวงตา จอประสาทตา ไมเกรน หรือระบบไหลเวียนเลือด

ดังนั้นจึงไม่ควรวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียว หากเกิดอาการมองเห็นผิดปกติแบบเฉียบพลัน ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

รู้จัก B.E. F.A.S.T. สัญญาณเตือน Stroke

สามารถจดจำสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองได้ด้วยหลัก B.E. F.A.S.T.

B – Balance
เสียการทรงตัว เดินเซ หรือเวียนศีรษะอย่างผิดปกติ

E – Eyes
การมองเห็นเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น ตามัว มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อน

F – Face
ใบหน้าอ่อนแรงหรือปากเบี้ยวข้างหนึ่ง

A – Arm
แขนหรือขาอ่อนแรงหรือชา โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง

S – Speech
พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือไม่เข้าใจคำพูด

T – Time
หากพบอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการรักษาฉุกเฉินทันที

ไม่ควรรอให้อาการดีขึ้นเอง เพราะโรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะที่การรักษาอย่างรวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของสมอง

ใครบ้างที่มีความเสี่ยง?

ภาวะ TIA และโรคหลอดเลือดสมองสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ และพบได้มากขึ้นในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ
  • ภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation)
  • สูบบุหรี่
  • มีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือ TIA มาก่อน

การควบคุมโรคประจำตัวและลดปัจจัยเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญในการลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

อาการหายแล้ว ยังต้องไปโรงพยาบาลหรือไม่?

ต้องได้รับการประเมิน แม้อาการจะหายไปแล้ว

ในช่วงที่เริ่มมีอาการ ไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่าเป็น TIA หรือโรคหลอดเลือดสมองที่กำลังเกิดขึ้น การประเมินอย่างรวดเร็วช่วยให้แพทย์ค้นหาสาเหตุ ประเมินหลอดเลือด สมอง และหัวใจ รวมถึงวางแผนป้องกันการเกิด Stroke ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

หากมีอาการผิดปกติทางระบบประสาทเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรไปห้องฉุกเฉินทันที ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มจากการควบคุมปัจจัยเสี่ยง

แนวทางดูแลสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยง ได้แก่

  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • งดสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • รับประทานอาหารที่สมดุล
  • รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หากมีโรคประจำตัว

เมื่อเกิดอาการทางระบบประสาทอย่างฉับพลัน เวลาเป็นสิ่งสำคัญ แม้อาการจะดีขึ้นหรือหายไปเอง ก็ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์โดยเร็ว

คลินิกและศูนย์การรักษา