ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture): ความเสี่ยงทางสูติกรรมที่ต้องรับมือด้วยมาตรฐานการแพทย์ขั้นสูง

29 มกราคม 2026
Views
Ruamjairak Hospital
ผู้เขียน

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) ถือเป็น “ภาวะวิกฤตฉุกเฉินทางสูติกรรม” (Obstetric Emergency) ที่มีความรุนแรงและอันตรายต่อชีวิตของทั้งมารดาและทารกในครรภ์ แม้จะมีอุบัติการณ์การเกิดที่ไม่บ่อยนัก แต่จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาอย่างทันท่วงที

ที่ สูตินารีเวช โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลครรภ์เสี่ยงสูง (High-Risk Pregnancy) ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ภาวะมดลูกแตก คือ การฉีกขาดของกล้ามเนื้อผนังมดลูก ไม่ว่าจะเป็นเพียงบางส่วนหรือตลอดทั้งความหนาของผนังมดลูก ส่งผลให้ทารก รก หรือน้ำคร่ำ หลุดออกจากโพรงมดลูกเข้าสู่ช่องท้อง ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในระยะรอคลอดหรือระยะคลอด

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุทางคลินิก (Etiology & Risk Factors)

การประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วยเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกัน ทีมแพทย์จะพิจารณาปัจจัยหลักดังนี้:

  • ประวัติการผ่าตัดมดลูก (Previous Uterine Scar): ปัจจัยที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในมารดาที่เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง (Cesarean Section) หรือเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก (Myomectomy) ซึ่งทำให้ผนังมดลูกบริเวณแผลเดิมมีความเปราะบาง

  • ความผิดปกติของการหดรัดตัว: ภาวะมดลูกหดรัดตัวรุนแรงและถี่เกินไป (Uterine Hyperstimulation) ซึ่งอาจเกิดจากการตอบสนองต่อยากระตุ้นการคลอดมากเกินไป

  • การคลอดติดขัด (Obstructed Labor): กรณีทารกตัวใหญ่กว่าเชิงกราน หรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติ ทำให้เกิดแรงดันภายในโพรงมดลูกสูงเป็นเวลานาน

  • การบาดเจ็บจากภายนอก (Trauma): อุบัติเหตุรุนแรงบริเวณหน้าท้อง

  • ความผิดปกติของรก: เช่น ภาวะรกฝังตัวลึกผิดปกติ (Placenta Accreta Spectrum)

อาการแสดงทางคลินิก (Clinical Manifestations)

อาการของภาวะมดลูกแตกอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน แพทย์และพยาบาลจะเฝ้าระวังสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้:

  1. อาการปวดท้องวิกฤต: ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องรุนแรงและต่อเนื่อง แม้ในช่วงพักการหดรัดตัวของมดลูก หรือเจ็บมากบริเวณเหนือหัวหน่าว

  2. การเปลี่ยนแปลงของการหดรัดตัว: มดลูกหยุดการหดรัดตัวกะทันหันในขณะที่กำลังเจ็บครรภ์คลอด

  3. ภาวะทารกในครรภ์ผิดปกติ (Non-reassuring Fetal Status): ตรวจพบอัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ หรือหัวใจเต้นช้าลงอย่างต่อเนื่อง (Prolonged Deceleration)

  4. สัญญาณชีพมารดาไม่คงที่: มีภาวะความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว หน้ามืด ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะช็อกจากการเสียเลือด (Hemorrhagic Shock)

  5. การตรวจร่างกาย: อาจคลำพบส่วนของทารกได้ชัดเจนทางหน้าท้อง หรือมีการถดถอยของส่วนนำทารก (Loss of fetal station)

แนวทางการวินิจฉัยและการรักษา (Diagnosis & Management)

เมื่อสงสัยภาวะมดลูกแตก “เวลา” คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ทีมแพทย์โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ยึดถือแนวทางปฏิบัติสากลดังนี้:

1. การวินิจฉัยและกู้ชีพเบื้องต้น

  • ประเมินอาการทางคลินิกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการให้สารน้ำและเตรียมเลือดเพื่อทดแทนการเสียเลือด

  • ติดตามสัญญาณชีพมารดาและทารกอย่างใกล้ชิด (Continuous Monitoring)

2. การผ่าตัดฉุกเฉิน (Emergency Laparotomy)

  • การช่วยชีวิตทารก: ดำเนินการผ่าตัดคลอดทันทีเพื่อนำทารกออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจน

  • การจัดการทางศัลยกรรม:

    • การซ่อมแซมมดลูก (Repair of Rupture): พิจารณาในกรณีที่รอยแตกไม่รุนแรง ขอบแผลเรียบ และผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรในอนาคต

    • การตัดมดลูก (Hysterectomy): พิจารณาในกรณีที่มีการฉีกขาดรุนแรง เสียเลือดมากและไม่สามารถหยุดเลือดได้ เพื่อรักษาชีวิตของมารดาเป็นสำคัญ

มาตรฐานการดูแลผู้ป่วยวิกฤตและภาวะแทรกซ้อน

หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ ได้แก่:

  • ภาวะช็อกจากการเสียเลือด (Hypovolemic Shock)

  • การติดเชื้อในช่องท้องหรือกระแสเลือด

  • การบาดเจ็บของอวัยวะข้างเคียง เช่น กระเพาะปัสสาวะ

  • สำหรับทารก: จะได้รับการดูแลโดยกุมารแพทย์ทารกแรกเกิด (Neonatologist) เพื่อประเมินและรักษาภาวะขาดออกซิเจน (Birth Asphyxia) ในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU)

    ภาวะมดลูกแตกแม้จะรุนแรง แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ผ่านการ “ฝากครรภ์อย่างมีคุณภาพ” ที่ โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ สุขุมวิท 62 เราให้ความสำคัญกับการซักประวัติอย่างละเอียดในมารดาที่มีประวัติผ่าตัดคลอด เพื่อวางแผนการคลอดที่เหมาะสม (Trial of Labor After Cesarean – TOLAC หรือ Elective Cesarean) โดยยึดหลักความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายแพทย์เฉพาะทาง โทร. 02-768-9999

คลินิกและศูนย์การรักษา